เต็นท์

จากเรื่องวัสดุแล้วก็มาเรื่องการออกแบบ ในเรื่องการออกแบบ มีลักษณะของเต็นท์ 2 แบบที่เราควรทำความเข้าใจกันสักนิดครับ

1) Free Standing และ Non-Free Standing

Free Standing คือเต็นท์ที่ทรงตัวอยู่ได้เองโดยแทบจะไม่ต้องตอกสมอบก (แต่เพื่อความแข็งแรงมั่นคงก็ควรตอกอยู่ดี) เต๊นท์แบบนี้จะกางค่อนข้างง่ายครับ กางขึ้นมาตอกสมอบกไม่กี่ตัวก็เสร็จแล้ว

ส่วนเต็นท์ Non-Free Standing นั้นจะต้องตอกสมอบกยึดให้ดีเต็นท์ถึงจะทรงตัวอยู่ได้อย่างแข็งแรง แต่ข้อดีของเต๊นท์ชนิดนี้คือน้ำหนักเบากว่าครับ มีเต๊นท์เดินป่าชั้นดีหลายๆแบบที่ใช้โครงสร้างแบบนี้เพื่อลดน้ำหนัก

2) Single Wall/ Double Wall

Single Wall Tent คือ เต็นท์ที่มีผนังชั้นเดียว ซึ่งมักจะทำจากวัสดุที่กันน้ำ ข้อดีของเต๊นท์ประเภทนี้คือน้ำหนักเบา, กางง่ายและกางได้เร็วมาก ส่วนสิ่งที่ต้องแลกมาก็คือการถ่ายเทอากาศที่ไม่ดีนัก เต๊นท์ประเภทนี้เหมาะสำหรับการใช้งานในที่หนาว, อากาศแห้ง ซึ่งอาจจะเป็นการปีนเขาสูงที่ต้องการลดน้ำหนักให้มากที่สุด

Double Wall Tent อย่างที่ชื่อบอกละครับว่ามีผนังสองชั้น ชั้นนอกคือฟลายชี้ตที่มีหน้าที่กันน้ำ และชั้นในเป็นมุ้งที่ระบายอากาศได้ ขอดีของ Double Wall tent ก็คือการระบายอากาศได้ดีในขณะที่มีฝนตก แต่จะแลกมาด้วยน้ำหนักและขั้นตอนการกางที่เพิ่มขึ้น เต๊นท์แบบนี้เหมาะสำหรับการใช้งานในพื้นที่ที่มีอากาศร้อนชื้น เพราะจะไม่ร้อนอบอ้าวและช่วยลดปัญหาของการกลั่นตัวเป็นหยดน้ำในเต๊นท์ได้ดี

Comments are closed.